ครูคนเมือง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  (251 views)

 

What is ครูคนเมือง doing now?

ครูคนเมืองขอฮ่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของล้านนาเฮา
13 days ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

April 21
 
Advertisement

Info

http://local-teacher.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

April 21

Location

Thailand

 

About Me


วิถีคนเมือง -
กลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อตั้งเมื่อ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๘ โดยมีผู้ร่วมอุดมการณ์ในการก่อตั้งดังนี้ นายพิศาล เครือลิต ที่ปรึกษา นายณกานต์ อนุกูลวรรธกะ ที่ปรึกษา นายถิรายุส์ บำบัด ประธานก่อตั้ง นายอภิชาติ สุคนธา กรรมการ นายสิทธิชัย จองแดง กรรมการ นายทักษิณ พรหมาเย็น กรรมการ นายฉัตรมงคล รัตนปัญญา กรรมการ นายเฉลิมพันธุ์ คำฮอม กรรมการ นายคงอมร เหมรัตน์รักษ์ กรรมการ นายยุรนันท์ สถานป่า กรรมการ กลุ่มนักศึกษาครูคนเมืองคือกลุ่มนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่รักและสนใจในด้านล้านนาคดีศึกษา เช่น ประวัตืศาสตร์ล้านนา ภาษาล้านนา เพลงฟอล์คซองกำเมือง เพลงกำเมือง พุทธศาสนาในล้านนา บุคคลสำคัญในล้านนา การเมืองในล้านนา ศาสนสถานในล้านนา แล้วแต่ความถนัดของสมาชิกแต่ละคน ที่เป็นภูมิปัญญาของบรรพชนคนเมืองของหมู่เฮา เพื่อช่วยกันอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาดังกล่าวให้คงอยู่คู่แผ่นดินล้านนาต่อไป กิจกรรมของกลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง - ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยวงดนตรีโฟล์คซองกำเมืองของกลุ่มครูคนเมือง เช่น งานบายศรีสู่ขวัญขันโตกม่วใจ๋ งานขันโตกฮับขวัญน้องหล้าศึกษาศาสตร์ งานขันโตกในโครงการเยาวชนอนุรักษ์พลังงานของสถานวิจัยและพัฒนาพลังงาน มช. งานฮีตฮอยล้านนาภูมิปัญญาบ่าเก่า เป็นต้น - ทัศนศึกษาเชิงศิลปวัฒนธรรมในจังหวัดพะเยา 1 ครั้ง จังหวัดแพร่ 2 ครั้ง และลำพูน 1 ครั้ง 2548-2551 - ร่วมกับชมรมบูรณาการความรู้สู่ชุมชนจัดกิจกรรมโครงการ "ข่วงผญาภูมิปัญญาล้านนา" ปี 2549-2550 - ร่วมสัมมนา "ชาติพันธุ์ไทยองและผองเพื่อน" ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย ปี 2550 คติพจน์ประจำกลุ่มครูคนเมือง "เพื่อสืบสานความเป็นคนเมืองของหมู่เฮา"

Interests

รายชื่อคณะกรรมการกลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง นายถิรายุส์ บำบัด ประธานทีปรึกษากลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง นายอภิชาติ สุคนธา รองประธานที่ปรึกษากลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง คณะกรรมการที่ปรึกษากลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง นายสิทธิชัย จองแดง นายทักษิณ พรหมาเย็น นายเฉลิมพันธุ์ คำฮอม ประธานกลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง นายคงอมร เหมรัตน์รักษ์ รองประธานกลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง นายยุรนันท์ สถานป่า เลขานุการกลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง คณะกรรมการบริหารกลุ่มนักศึกษาครูคนเมือง นายจงกลชัย ใจปัญญา นายโองการ ชมวิศรุตกุล นายสันติพงษ์ กันทะ นายอัครพล คำขัติ นางสาวมณฑิรา จินะโสติ นางสาววารีมาศ รุจิวรรธนะ นางสาวเกศีนี ปุงปี่แก้ว

Favorite Books

.
 

hi5 Games

Play hi5 Games

ครูคนเมือง hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 7 Entries    Add Comment

สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ สถาบันภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
จะจัดการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “พัฒนาการของนาฏดุริยการล้านนากับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม”
วันที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 09.00-16.00 น.
ณ ห้องประชุมเอื้องคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
เชิญผู้สนใจ นักวิชาการ ศิลปินเข้าร่วมสัมมนา ฟรี! ไม่มีค่าลงทะเบียน
รับจำนวน 200 ที่นั่ง พร้อมชมการแสดง นาฏดุริยการจากอดีตสู่ปัจจุบัน ฟรี ช่วง 12.00-14.00 น. ในห้องประชุม
ติดต่อจองเข้าสัมมนาที่ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โทร.053-943625 ,086-117-5277หรือสถาบันภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรม โทร.053-885860-1

Applications

Browse Applications

 

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

ครูคนเมือง has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for ครูคนเมือง

Nov 15 9:37 PM
boo says:
 
ดีจร้า ปาเป้านะ ยินดีที่รุจักกานนะ
 
 
Nov 1 10:53 AM
 
ประเพณียี่เป็ง


โดย มติชน วัน ศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 02:17 น.

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ประเพณี ลอยกระทง หรือ ลอยโขมด มีมาแต่โบราณ เป็นประเพณีเก่าแก่ของล้านนา ที่นับถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 นับตั้งแต่อาณาจักรหริภุญชัย อาณาจักรล้านนา โดยเมื่อถึงเดือนยี่เป็งก็กระทำพิธีลอยโขมด เป็นการลอยกระทง ความหมายคือ การลอยเพื่อบูชาท้าวพกาพรหม, ลอยเพื่อลอยเคราะห์ลอยบาป, ลอยเพื่อส่งสิ่งของ, ลอยเพื่อบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร และลอยเพื่อบูชาอุบคุดด์เถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล

ประเพณีการลอยกระทงทางภาคเหนือเรียก ประเพณียี่เป็ง ตรงกับเดือนยี่ ขึ้น 14-15 ค่ำ ประเพณีลอยกระทงทางภาคเหนือนี้ตามหนังสือพงศาวดารโยนก และหนังสือจามเทวีวงศ์ กล่าวสอดคล้องเหมือนกันว่า เมื่อจุลศักราชได้ 309 (พ.ศ.1490) พระยาจุเลราชได้ครองราชสมบัติในนครหริภุญชัย สมัยนั้นได้เกิดโรคระบาดขึ้น ที่ตำนานเรียกว่า โรคหิว หรือ โรคห่า หรือ โรคอหิวาตกโรค ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก บางพวกที่มีชีวิตอยู่เห็นว่าถ้าอยู่ต่อไปต้องตายแน่ จึงพากันอพยพไปอาศัยอยู่ในเมืองสุธรรมวดี คือเมืองสะเทิม ประเทศรามัญ หรือมอญ ต่อมาพระเจ้าพุกาม กษัตริย์พม่าตีได้เมืองสะเทิม ได้เก็บเอากุลธิดาของชาวเมืองไปเป็นบาทบริจาติกาเป็นจำนวนมาก

เมื่อเบื่อหน่ายก็ทอดทิ้งไม่ชุบเลี้ยงเหมือนดั่งก่อน พวกชาวเมืองหริภุญชัยก็อพยพหนีไปอาศัยอยู่กับพระเจ้าหงสาวดี ซึ่งพระองค์ทรงให้ความอนุเคราะห์ชุบเลี้ยงเป็นอย่างดี หลังจากที่อาศัยอยู่ไม่นาน ชาวเมืองได้ทราบข่าวว่าโรคระบาดทางนครหริภุญชัยสงบแล้ว ก็คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ก็พากันกลับมายังหริภุญชัยอีกครั้ง บางคนต่างก็แต่งงานมีครอบครัว ก็ไม่กลับไปยังหริภุญชัย ยังคงอยู่ที่เดิมที่เมืองหงสา ครั้นถึงเดือนยี่เป็ง ที่ครบรอบที่ได้จากพี่น้องทางเมืองหงสามา ก็ได้จัดแต่งธูปเทียน เครื่องสักการะบูชา อาหาร เสื้อผ้า วัตถุข้าวของ ใส่ในแพไหลล่องตามแม่น้ำเพื่อเป็นการระลึกนึกถึงยังญาติพี่น้อง โดยคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะล่องลอยไปถึงญาติที่อยู่ในเมืองหงสาอันไกลโพ้น

การกระทำพิธีดังกล่าวเรียกกันว่า ลอยโขมด หรือลอยไฟ และถือเป็นประเพณีที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน (การลอยกระทงนั้น ในสมัยอาณาจักรล้านนาโบราณเรียกว่า ลอยโขมด คำว่าโขมดเป็นชื่อผีป่า เรียกกันว่าผีโขมด ชอบออกหากินเวลากลางคืน จะมีพะเนียงแสงไฟเห็นเป็นระย้าคล้ายผีกระสือ ดังนี้ กระทงที่จุดเทียนลอยน้ำ แสงไฟจะกระทบกับน้ำทำให้เกิดเงา เหมือนแสงไฟจากผีโขมด ดังนั้น ทางล้านนาโบราณจึงเรียกการลอยกระทงว่า ลอยโขมด)

ในสมัยอาณาจักรล้านนาไท พุทธศักราชได้ 2061 ตรงกับรัชกาลของพระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช (พระเมืองแก้ว) แห่งราชวงศ์มังราย เทศกาลเดือนยี่เป็งเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มาก อาณาประชาราษฎร์ต่างพากันไปบูชาพระเจ้าในอารามข่วงแก้วทั้งหลาย มากมายไปด้วยผู้คนหนุ่มสาว ผู้เฒ่า ผู้แก่ รื่นเริงม่วนเล่นมหรสพสมโภชครึกครื้น เป็นที่พึงพอใจอย่างยิ่ง

ประเพณีเดือนยี่เป็ง มาถึงพอเริ่มขึ้น 1 ค่ำ เดือนยี่ วัดวาอารามจะจัดเตรียมสถานที่ในวัด ปัดกวาดพระวิหารศาลาให้สะอาด และจัดเตรียมสิ่งของดังต่อไปนี้ 1.ทำราชวัตร รอบวิหาร เจดีย์ ทำซุ้มประตูป่าทางเข้าวัด 2.ทำโคมแขวน โคมค้าง โคมรูปต่างๆ 3.ทำว่าว หรือโคมลอย ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิด คือ โคมที่ใช้ปล่อยตอนกลางวัน เรียกว่า ว่าว โดยใช้วิธีรมควัน และโคมปล่อยตอนกลางคืน ใช้วิธีรมควันเหมือนว่าวที่ปล่อยกลางวัน แต่จะจุดไฟที่ท่อนผ้าผูกติดกับปากโคมลอยปล่อยสู่อากาศ โคมจะลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ คล้ายดาวเคลื่อนคล้อยในเวหา และ 4.การทำบอกไฟ (บั้งไฟ) ประกอบด้วยบอกไฟหลายชนิด เช่น บอกไฟดอก บอกไฟดาว บอกไฟเทียน บอกไฟช้างร้อง บอกไฟจักจั่น บอกไฟท้องตั๋น บอกไฟขี้หนู ทำขึ้นเพื่อจุดในวันยี่เป็ง

มีคัมภีร์ที่กล่าวถึงการทำโคมลอย ทำว่าวไว้ด้วยว่า หากคนใดทำจะมีอานิสงส์ 1 กากณึก (ทรัพย์มีค่าเท่าค่าแห่งชิ้นเนื้อพอกานำไปได้ เป็นชื่อมาตราเงินต่ำที่สุด) การปล่อยโคมลอย ว่าว จุดบอกไฟนั้น เป็นการบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อีกประการหนึ่งด้วย

สำหรับชาวบ้านชาวเมืองจะจัดเตรียมสิ่งของ ดังนี้ 1.เครื่องนุ่งหย้อง เพื่อจะไปวัดในเดือนยี่เป็ง 2.เตรียมโคมทำราวแขวนโคม เพื่อประดับบูชาหน้าบ้านเรือนตน 3.เตรียมผางผะดิ้ด (ถ้วยประทีป) ไว้เท่าอายุของคนที่อยู่ในเรือนนั้น 4.เตรียมกัณฑ์ธรรม หรือกัณฑ์เทศน์สำหรับจะนำไปถวายพระตอนฟังเทศน์ 5.เตรียมบุปผาลาจาข้าวตอกดอกไม้เพื่อใช้โปรยเวลามีงานในการฟังเทศน์มหาชาติ และใส่ขันแก้วตึงสาม 6.เตรียมอาหาร ผลไม้ ขนม สำหรับพระภิกษุสงฆ์ จัดเตรียมในวันขึ้น 15 ค่ำ ตอนเช้าตรู่ และ 7.ทำซุ้มประตูป่าแบบต่างๆ ให้เป็นที่สวยงาม ประกอบด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย ก้านมะพร้าว ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกรัก นำมาประดิษฐ์เป็นอุบะห้อยประตูป่า

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่เป็ง ประมาณ 06.00 น. เช้ามืด ชาวบ้านจะนำข้าวปลาอาหารไปถวายพระภิกษุสงฆ์ ที่วัดเรียกว่า ตานขันข้าว เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว

ตอนสายชาวบ้านจะไปที่วัดเพื่อฟังเทศนาธรรม วัดบางแห่งมักจะมีการตั้งธรรมหลวง เรียกว่า เทศน์ธรรมมหาจาติแบบพื้นเมือง จะมีการเทศน์ทั้งหมด 13 กัณฑ์ ให้เสร็จภายในวันเดียว

ตอนเช้าลู่ค่ำ ชาวบ้านชาวเมืองจะพากันไปสู่ที่วัด เพื่อนำผางปะดิ้ดไปจุดบูชาพระเจ้าที่วัด จุดโคมบูชาสว่างไสวทั่วพระอาราม หลังจากจุดธูปเทียนบูชาแล้ว จะมีการจุดบอกไฟ (ดอกไม้ไฟ) ประเภทต่างๆ ภายในวัด โดยจุดเป็นพุทธบูชา ส่วนผู้เฒ่า ผู้แก่จะกลับไปบ้าน เพื่อจุดผางปะดิ้ดที่บ้าน บูชาพระพุทธเจ้า บูชาเจ้าที่เจ้าทาง บูชาบ่อน้ำ บูชาประตูบ้าน บูชาครัวไฟ ประตูยุ้งฉาง เทวดาประจำบ้าน

ประเพณีลอยกระทงของภาคเหนือนั้น เป็นประเพณีที่ได้รับการส่งเสริมตลอดมา ปัจจุบันประเพณีการลอยกระทงทางเหนือได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่
 
 
Aug 3 9:51 AM
 
สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ สถาบันภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
จะจัดการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “พัฒนาการของนาฏดุริยการล้านนากับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม”
วันที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 09.00-16.00 น.
ณ ห้องประชุมเอื้องคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
เชิญผู้สนใจ นักวิชาการ ศิลปินเข้าร่วมสัมมนา ฟรี! ไม่มีค่าลงทะเบียน
รับจำนวน 200 ที่นั่ง พร้อมชมการแสดง นาฏดุริยการจากอดีตสู่ปัจจุบัน ฟรี ช่วง 12.00-14.00 น. ในห้องประชุม
ติดต่อจองเข้าสัมมนาที่ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โทร.053-943625 ,086-117-5277หรือสถาบันภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรม โทร.053-885860-1
 
Jul 7 2:09 AM
 
สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดสัมมนา ในหัวข้อ 600 ปี ติโลกราชากับมิติทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ล้านนาในยุคปัจจุบัน โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ประคอง นิมมานเหมินท์ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร รศ. ม.ล.สุรสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์ พระจตุพล จิตฺตสังวโร พระศุภชัย ชยสุโภ ชัปนะ ปิ่นเงิน และ เกริก อัครชิโนเรศ เป็นวิทยากร ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2552 เวลา 08.45 - 16.00 น. ณ หอประชุมอาคารรวมวิจัยและบัณฑิตศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ผู้ประสงค์เข้าร่วมการสัมมนา ติดต่อได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม โทรศัพท์ 0-5394-3625 ต่อ 101 หรือ 110 โทรสาร 0-5394-3634 หรือ 0-5322-2680
 
May 18 10:25 AM
 
ขอเชิญเที่ยวงานสืบสาน ในเทศกาล "เดือนส่องหล้า สืบสานล้านนา" เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 22 - 24 พฤษภาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 18.00 น. ณ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สัมผัสบรรยกาศวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านล้านนา ชมการสาธิตภูมิปัญญาพื้นบ้านจากศูนย์การเรียนรู้ในเครือข่ายของพ่อครูแม่ครูโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ชมรมสล่าล้านนา มูลนิธิเพื่อสล่าล้านนา และกลุ่มหมอเมือง
ชมการแสดงพื้นบ้านจากกล่มศิลปินพื้นบ้านล้านนา สมาคมสืบสานตำนานปปี่ซอ และเครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา
พบกับกาดหมั้วบรรยากาศแบบล้านนา เลือกซื้อของที่ระลึก เครื่องนุ่งหม อาหารและข้าวหนมพื้นเมือง
 
Apr 28 4:54 AM
 
อยากไปมาก ๆ น่ะ แต่ว่า พรุ่งนี้สอบ

โครงการคืนครูให้นักเรียน ของ สพฐ.เชียงใหม่ เขต 1

ที่วัฒโน ฯ 09.00 น - 12.00 น พลาดอีกแล้ว เฮ้อ
 
Apr 26 10:23 AM
TuMm says:
 
ยินดีจ๊าดนักเลยเน้อ
 
Apr 26 3:31 AM
 
ขอเจิญฮ่วมฮับฟังการประชุมสัมมนาทางวิชาการ

"๖๐๐ ปีชาตกาลพระญาติโลกราช อโศกมหาราชแห่งล้านนา"

เพื่อแลกเปลี่ยนสารัตถะข้อมูลใหม่ในวงการประวัติศาสตร์ท้องถิ่นล้านนา
กับวิทยากรผุ้ทรงวุฒิคับคั่ง

ในวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๗.๐๐ น.

ณ ห้องประชุมพิพิธภัฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

สนใจติดต่อ ๐๕๓-๕๑๑-๑๑๘๖
ส่งใบตอบรับภายในวันที่ ๒๗ เม.ย.๒๕๕๒ นี้
 
Apr 12 2:47 AM
TuMm says:
 
ยินดีจ๊าดนักเน้อ

ตี้เอาข้อมูลดีๆ

มาแบ่งปั๋นกั๋นอ่านนะ
 
Apr 10 6:45 AM
 
ประเพณีสงกรานต์ล้านนา หรือปีใหม่เมือง

ความสำคัญของปีใหม่เมืองที่มีต่อคนเมือง

ความสำคัญของปีใหม่เมือง กล่าวไว้ในหนังสือองค์ความรู้ประเพณีปีใหม่เมือง (2549) โดยโรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ดังนี้

1. เป็นการเปลี่ยนปี คนเมืองจะนับปีตามปีใหม่เมือง พอถึงปีใหม่จะกลายเป็นอีกปีหนึ่งไม่ใช่ปีเดิม อายุของเราจะเพิ่มขึ้นอีกปี

2. เป็นการเตือนตน และสำรวจตรวจสอบตนเอง สืบเนื่องจากข้อหนึ่ง การเปลี่ยนปีทำให้อายุเพิ่มขึ้น การที่อายุเพิ่มขึ้นจะเป็นการย้ำเตือนให้คนเมืองรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของวัน วัย และสังขาร นั้นคืออนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา

3. เป็นการชำระสะสางสิ่งที่ไม่ดี สืบเนื่องจากข้อสอง ปีใหม่เมืองเป็นช่วงโอกาสที่คนเมืองได้สำรวจตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่ล่วงมา เมื่อพบข้อบกพร่องก็มักจะตั้งจิตตั้งใจสะส่างสิ่งที่ไม่ดีไม่งามออกไป อันใดที่ร้ายก็ขอให้ดับไปกับไฟ ไหลไปกับน้ำ ล่องไปกับสังขาร

4. เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ปีใหม่เมืองมีสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายหลายประการ ทั้งที่เป็นวัตถุและความเคลื่อนไหว เช่น เสื้อผ้า ข้าวของ มีความคึกคักเคลื่อนไหวในการต้อนรับปีใหม่ จะเกิดการตั้งใจใหม่ ความหวังใหม่ และพยายามใหม่ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

ประกาศสงกรานต์ล้านนา หรือปีใหม่เมือง จ.ศ. ๑๓๖๙

ตามหนังสือปีใหม่เมือง หรือปักขทืน ปีเมืองใค้ (ปีกุญช์นพศก) จ.ศ. ๑๓๖๙ (ซีเอ็มเจ็ดเจ็ดดอทคอม, 2550)

วันที่ 14 เมษายน 2550 เป็นวันสังขารล่อง

วันที่ 15 เมษายน 2550 เป็นวันเนา

วันที่ 16 เมษายน 2550 เป็นวันพญาวัน

วันที่ 17 เมษายน 2550 เป็นวันปากปี

กิจกรรมของคนเมืองในช่วงปีใหม่เมือง

หนังสือองค์ความรู้ประเพณีปีใหม่เมือง (2549) โดยโรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา กล่าวถึงกิจกรรมของคนเมืองในช่วงปีใหม่เมือง สรุปได้ดังนี้

วันสังขารล่อง

วันสังขารล่อง หรือสงกรานต์ล่อง หรือสังขานต์ล่อง ถือเป็นวันส่งท้ายศักราชเก่า คนเมืองจะตื่นแต่เช้าเป็นพิเศษ ก่อนตีนฟ้ายก เช้ามืดจะมีการยิงปืน จุดประทัด เพื่อไล่สิ่งที่ไม่ดีไปกับสังกรานต์ สายๆ จะทำความสะอาดบ้านเรือน บ่าย ชำระล้างร่างกายให้สะอาด แต่ตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่

วันเนา หรือวันเน่า

เป็นวันที่พระอาทิตย์เนาอยู่ระหว่างราศีมีนกับราศีเมษ ในทางทางโหราศาสตร์ คือไม่ดี ไม่ส่งเสริมสิริมงคล วันนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ ตั้งแต่เช้ามืด เป็นวันจับจ่ายซื้อของจำเป็นต้องใช้ในประเพณีปีใหม่ มีการเตรียมอาหารคาวหวาน เช่น ขนมจ็อก ห่อนึ่ง แกงฮังเล หรืออื่นๆ เพื่อจะเอาเป็นทำบุญที่วัดในวันพญาวัน และเอาไปดำหัวผู้ใหญ่ ช่วงสายๆ จะไปชุมนุมกันเพื่อเล่นน้ำปีใหม่ ที่สำคัญมากของวันนี้ คือ เป็นวันขนทรายเข้าวัด เพื่อเป็นการก่อพระเจดีย์ทราย ขนมที่นิยมทำกันในช่วงปีใหม่ได้แก่ ขนมจ็อก ขนมชั้น ขนมเกลือ ขนมตายลืม ขนมลิ้นหมา ขนมวง และขนมกล้วย

วันพญาวันหรือพระญาวัน

เป็นวันที่มีความหมายต่อคนเมืองมาก เป็นวันยอดม้อน เป็นวันที่ดีที่สุดในรอบปี มีกิจกรรมตามความเชื่อในวิถีชีวิต ความเชื่อในพิธีกรรม ไสยศาสตร์ เช่นการเลี้ยงผีครู การนำเครื่องรางมาล้างนำสิ่งที่ไม่ดีออกไป การสักคาถา ยันต์ต่างๆ ตามร่างกาย ถือเป็นการเพิ่มความขลัง วันนี้เป็นวันที่มีการทำบุญทางศาสนาตั้งแต่เช้าตรู่ มีการถวายภัตตาหารให้กับคนตาย ที่เรียกว่า ทานขันข้าว ทานตุง หรือถวายตุงปักเจดีย์ทราย ดำหัว คารวะผู้ใหญ่ การส่งน้ำพระธาตุ พระสถูปเจดีย์ พระพุทธรูป การทานไม้ค้ำสะหลี หรือไม้ค้ำโพธิ์ มีการทำบุญใจบ้าน คือบริเวณที่ตั้งของเสาบ้าน หรือ สะดือบ้าน

วันปากปี

กิจกรรมเริ่มที่วัดของแต่ละหมู่บ้าน มีการบูชาข้าวลดเคราะห์ ช่วงสายเป็นการทำพิธีส่งเคราะห์บ้าน และสืบชะตาบ้าน กระทำที่กลางหมู่บ้าน ในช่วงสายๆ 8-9 โมงเป็นต้นไป ช่วงค่ำ กระทำที่บ้านเรือนของตน มีการจุดเทียนบูชาบ้านเรือน หรือเรียกว่าต๋ามเตียนปู่จาพระเจ้า ใช้เทียนสามเล่ม คือเทียนบูชาลดเคราะห์ เทียนบูชาสืบชะตา และเทียนบูชาโชคลาภ บาง ท้องถิ่นจะมีการต๋ามขี้สายเท่าอายุ (การจุดเส้นไฟเท่าจำนวนอายุ)

การดำหัวตามฮีตล้านนา

ศาสตราจารย์เกียรติคุณดร. มณี พยอมยงค์, (2547) ได้กล่าวถึงการดำหัวตามฮีตล้านนาสรุปได้ดังนี้

1. เครื่องสักการะ ใช้เป็นเครื่องขอขมาและขอพร ประกอบด้วย พานดอกไม้ หรือขันดอกใส่ดอกไม้ มีเทียน 1 คู่ ธูป 1 คู่ ข้าวตอก เทียนธูป ต้นดอก หมากสุ่ม หมากเบ็ง ต้นเทียน ต้นผึ้ง และสวยหมากพลู

2. เครื่องบริโภค ประกอบด้วย มะพร้าวอ่อน ขนมต่างๆ เช่น ข้าวแต๋น ข้าวควบ กล้วยดิบหรือสุก แตง มะปราง มะม่วง พริกสด หรือ พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ถั่วฝักยาว ฯลฯ 3. เครื่องอุปโภคใช้สอย ที่นิยมทำกันมากคือ ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า เสื้อ(ชาย-หญิง) เตี่ยวสะดอ กางเกง ผ้าต่อง (ผ้าขาวม้า) ผ้าซิ่น ฯลฯ

วิธีการดำหัว

นำพานดอกไม้เข้าประเคน หรือพวกที่ไปด้วยนำเครื่องสักการะอื่นเข้าประเคนด้วย ส่วนของที่ใหญ่กว่าเกินกว่าจะประเคนผู้เดียว ให้วางไว้แผนกหนึ่ง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ สะหลุงน้ำขมิ้นส้มป่อย ต้องนำประเคนพร้อมกับพานดอกไม้ธูปเทียน ตามฮีตล้านนา ไม่นำน้ำขมิ้นส้มป่อยรดมือผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่จะนำเอาน้ำขมิ้นส้มป่อยมาลูบศีรษะ เพื่อความเป็นศิริมงคล

คำให้พรปีใหม่ (แบบสั้น)

ระวิสังขารปีเก่า อติกันโตก็ข้ามล่วงไปแล้ว ปีใหม่แก้วก็มาเถิงเติงทัน ขอหื้อท่านทั้งหลายหายทุกข์โศกเศร้า

แล้วได้อยู่สุขกายสบายใจ คิดอันใดหื้อสมฤทธิ์ ชุเยื่องชุประการนั่นจุ่งจักมี

จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง



รายการอ้างอิง

มณี พยอมยงค์. ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 5ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม. เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์, 2547.

องค์ความรู้เรื่อง ประเพณีปีใหม่เมือง. เชียงใหม่ : โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา, 2549
 
Feb 16 11:53 PM
Lynn says:
 
ม่วนดี

ส่งมาแหมเน่อเจ้า
 
Feb 16 11:50 PM
 
ยินดีนัก ๆ เน้อครับ
กับสำนวนกำบ่ะเก่า

แล้วอาคารกิจกรรมคณะเฮามีห้องครูคนเมืองก่ครับ
 
Feb 16 12:31 AM
TuMm says:
 
เป๊ะมาก

สำนวนกำเมืองตี้ยกมา

เฮาต้องจ้วยกั๋น

ฮักษาความสีกสาก

ฮิฮิ
 
 
Feb 14 7:01 AM
 
เฮาต้องจ่วยกั๋นฮักษาเอาไว้
วันหน้าลูกหลานจะได้บ่ลืมรากเหง้าอันดีงามของตั๋วเก่า
 
Feb 13 7:09 PM
 
“Happii Valentine's นะคะ

มีความสุขในวันแห่งความรัก

รักกะคนรักไปนานๆๆนะคะ

^^

คิดถึงค่ะ...”...
 
Feb 13 6:03 AM
 
สำนวนล้านนาน่ารู้กับครูคนเมือง

ฉีกฉากหวากเหวก หมายถึง ฉีกขาดเป็นชิ้นหยาบ ๆ

เลิงพอย หมายถึงเที่ยวงานนี้แล้วไปต่องานโน้น, เที่ยวไปเรื่อย ๆ

ว่าไพเลิ่ย/ไพเรื่อย หมายถึง พูดไปเรื่อย , พูดเอาเอง

ยอซ้องหมายถึงชูสลอนอย่างคนพากันยื่นมือขอรับสิ่งของบริจาค

ฮ่าปัก หมายถึง คำด่าและแช่งให้โรคตับมาปักฝ่ายตรงข้าม

ที่มา
อุดมรุ่งเรืองศรีและคณะ.สำนวนล้านนา.สนับสนุนการพิมพ์โดยกองทุนศาสตราจารย์อัน
นิมมานเหมินทร์เพื่อเฉลิมฉลองวาระ600ปีชาตกาลพระญาติโลกราช,2552.
 
Jan 12 12:29 AM
 
แจกฟรี! ::: IPOD shuffle + กล้องดิจิตอล + มือถือ + mp3 + เสื้อชินแคมป์
ที่ http://www.shincamp.com

ใครว่าของฟรีไม่มีในโลก

Title
body